หมวดหมู่: BLOG

ผักที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อป้องกันและลดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากความร้อน

ฤดูร้อนของญี่ปุ่นแม้อากาศไม่ร้อนมากเหมือนเมืองไทยแต่อากาศที่ร้อนชื้นติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้คนญี่ปุ่นมีอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย กินไม่ได้นอนไม่หลับจนถึงขั้นทำให้เกิดการป่วยและเสียชีวิตได้  คนญี่ปุ่นมีวิธีการมากมายในการป้องกันอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากความร้อน การเลือกรับประทานผักเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับการสนับสนุนว่าได้ผลดีกว่าการดื่มหรือรับประทานอาหารที่เย็น มารู้จักผักที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงต่อสู้กับความร้อนได้กันนะคะ

ถั่วแระญี่ปุ่นหรือเอดามาเมะ

เอดามาเมะเป็นถั่วที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งช่วยป้องกันและฟื้นตัวจากอาการเหนื่อยล้าจากความร้อน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและโพแทสเซียม ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดฝ้าจากแดดที่ร้อนจัดและยังช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกายได้ด้วย

มะเขือเทศ

มะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี นอกจากมีประโนยชน์ต่อสุขภาพและความงามแล้ว กรดซิตริกในมะเขือเทศยังมีประสิทธิภาพในการขจัดความเหนื่อยล้าของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นผักที่ดีที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากความเหนื่อยล้าจากความร้อนฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

มะเขือม่วง

มะเขือม่วงอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร เป็นผักฤทธิ์เย็นที่ช่วยให้ร่างกายเย็นในช่วงหน้าร้อน อีกทั้งการรับประทานมะเขือม่วงเป็นประจำจะช่วยลดอาหารนอนไม่หลับในช่วงหน้าร้อนอันเป็นสาเหตสำคัญที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าได้

ฟักเขียว

ฟักเขียวถูกใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณในการช่วยลดความร้อนส่วนเกินที่เกิดขึ้นในร่างกาย หากรับประทานในมื้อเย็นจะช่วยให้นอนหลับดีและช่วยให้ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้ดี อีกทั้งฟักเขียวอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรงไม่ป่วยไข้ในช่วงฤดูร้อน

มะระญี่ปุ่น

 

มะระญี่ปุ่นอุดมไปด้วยวิตามินเอ อี บี เค และแร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียม เป็นต้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความอ่อนเพลียของร่างกายที่เกิดจากความร้อนในหน้าร้อน อีกทั้งมะระญี่ปุ่นอุดมไปด้วยสารโมโมดิซิน (Momodicine) ซึ่งเป็นสารให้รสขมในมะระญี่ปุ่น มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและช่วยกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้มะระญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ทนต่อความร้อนได้ดีแม้ผ่านการปรุงอาหาร การรับประทานมะระญี่ปุ่นเป็นประจำนอกจากจะช่วยป้องกันความอ่อนเพลียของร่างกายที่เกิดจากความร้อนในหน้าร้อนแล้วก็ยังช่วยป้องกันไข้หวัดในช่วงหน้าร้อนได้ด้วย

ข้าวโพด

ข้าวโพดอุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นผักที่ถูกแนะนำให้รับประทานในยามที่ร่างกายไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ข้าวโพดอุดมไปด้วยวิตามินอี บี 1 บี 2 โพแทสเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก และอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ทำให้ข้าวโพดเป็นหนึ่งในผักที่ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเหนื่อยล้าจากความร้อนและช่วยปรับสิ่งแวดล้อมในลำไส้ให้ดีขึ้นด้วย

นอกจากผักดังกล่าวข้างต้นแล้วก็มีผักที่มีประโยชน์มากมายได้แก่ โมโรเฮยะ แตงกวา ฟักทอง และพริกหยวก เป็นต้น  ความร้อนของร่างกายบรรเทาได้ด้วยผักที่มีประโยชน์ดังกล่าว ส่วนความร้อนของใจก็บรรเทาได้ด้วยการทำใจนะคะ        สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ฤดูร้อนของญี่ปุ่นแม้อากาศไม่ร้อนมากเหมือนเมืองไทยแต่อากาศที่ร้อนชื้นติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้คนญี่ปุ่นมีอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย กินไม่ได้นอนไม่หลับจนถึงขั้นทำให้เกิดการป่วยและเสียชีวิตได้  คนญี่ปุ่นมีวิธีการมากมายในการป้องกันอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากความร้อน การเลือกรับประทานผักเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับการสนับสนุนว่าได้ผลดีกว่าการดื่มหรือรับประทานอาหารที่เย็น มารู้จักผักที่คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงต่อสู้กับความร้อนได้กันนะคะ

ถั่วแระญี่ปุ่นหรือเอดามาเมะ

เอดามาเมะเป็นถั่วที่อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งช่วยป้องกันและฟื้นตัวจากอาการเหนื่อยล้าจากความร้อน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและโพแทสเซียม ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดฝ้าจากแดดที่ร้อนจัดและยังช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกายได้ด้วย

มะเขือเทศ

มะเขือเทศอุดมไปด้วยไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งมีคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี นอกจากมีประโนยชน์ต่อสุขภาพและความงามแล้ว กรดซิตริกในมะเขือเทศยังมีประสิทธิภาพในการขจัดความเหนื่อยล้าของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นผักที่ดีที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากความเหนื่อยล้าจากความร้อนฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

มะเขือม่วง

มะเขือม่วงอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร เป็นผักฤทธิ์เย็นที่ช่วยให้ร่างกายเย็นในช่วงหน้าร้อน อีกทั้งการรับประทานมะเขือม่วงเป็นประจำจะช่วยลดอาหารนอนไม่หลับในช่วงหน้าร้อนอันเป็นสาเหตสำคัญที่ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าได้

ฟักเขียว

ฟักเขียวถูกใช้เป็นสมุนไพรพื้นบ้านในญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณในการช่วยลดความร้อนส่วนเกินที่เกิดขึ้นในร่างกาย หากรับประทานในมื้อเย็นจะช่วยให้นอนหลับดีและช่วยให้ฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าได้ดี อีกทั้งฟักเขียวอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรงไม่ป่วยไข้ในช่วงฤดูร้อน

มะระญี่ปุ่น

 

มะระญี่ปุ่นอุดมไปด้วยวิตามินเอ อี บี เค และแร่ธาตุ เช่น ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียม เป็นต้น ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความอ่อนเพลียของร่างกายที่เกิดจากความร้อนในหน้าร้อน อีกทั้งมะระญี่ปุ่นอุดมไปด้วยสารโมโมดิซิน (Momodicine) ซึ่งเป็นสารให้รสขมในมะระญี่ปุ่น มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและช่วยกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้มะระญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ทนต่อความร้อนได้ดีแม้ผ่านการปรุงอาหาร การรับประทานมะระญี่ปุ่นเป็นประจำนอกจากจะช่วยป้องกันความอ่อนเพลียของร่างกายที่เกิดจากความร้อนในหน้าร้อนแล้วก็ยังช่วยป้องกันไข้หวัดในช่วงหน้าร้อนได้ด้วย

ข้าวโพด

ข้าวโพดอุดมไปด้วยโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นผักที่ถูกแนะนำให้รับประทานในยามที่ร่างกายไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ข้าวโพดอุดมไปด้วยวิตามินอี บี 1 บี 2 โพแทสเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก และอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ทำให้ข้าวโพดเป็นหนึ่งในผักที่ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเหนื่อยล้าจากความร้อนและช่วยปรับสิ่งแวดล้อมในลำไส้ให้ดีขึ้นด้วย

นอกจากผักดังกล่าวข้างต้นแล้วก็มีผักที่มีประโยชน์มากมายได้แก่ โมโรเฮยะ แตงกวา ฟักทอง และพริกหยวก เป็นต้น  ความร้อนของร่างกายบรรเทาได้ด้วยผักที่มีประโยชน์ดังกล่าว ส่วนความร้อนของใจก็บรรเทาได้ด้วยการทำใจนะคะ        สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Bandai Candy วางจำหน่ายไอเท็มตกแต่งอาหารในธีม “ดาบพิฆาตอสูร”

キャラ弁 (kyara-ben) หรือการทำข้าวกล่องที่มีรูปคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนเป็นที่นิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น เพราะทำให้อาหารดูน่ารักน่ากิน เหมาะสำหรับคนรักการ์ตูนหรือทำให้เด็ก ๆ ทาน บริษัท Bandai Candy จึงได้ออกไอเท็มพิเศษที่จะช่วยให้ทำข้างกล่องคาแรคเตอร์ได้ง่ายขึ้น โดยครั้งนี้มาในธีมของอนิเมะที่กำลังโด่งดังสุด ๆ “Kimetsu no Yaiba” หรือ “ดาบพิฆาตอสูร”

ไอเท็มนี้จะช่วยตกแต่งอาหารจานโปรดของทุกคนให้ว้าวยิ่งกว่าเดิมด้วย oblaat ลายคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนจากเรื่องดาบพิฆาตอสูร เพียงแค่แปะลงไป ก็สามารถสร้างอาหารลายคาแรคเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

oblaat คือแผ่นแป้งใสไร้สีไร้รสชาติ นำมาพิมพ์ลายลงไปด้วยหมึกที่สามารถทานได้ บริษัท Bandai Candy ได้ผลิตออกมา 2 แบบโดยแต่ละแบบจะมีลายคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนต่างกันรวมทั้งมีลายจากซีนต่าง ๆ ในอนิเมะ ตัวละครที่ผลิตออกมาจะมีทั้งทันจิโร่ เนซึโกะ เซ็นนิทสึ อิโนะสึเกะ กิยู และชิโนบุ แถมในภาพยังมีคำพูดจากตัวละครเขียนไว้อีกด้วย อย่างเช่นภาพชิโนบุจะเขียนไว้ว่า “一番応援していますよ” (Ichiban Ouen Shiteimasuyo)

วิธีการทำดังที่กล่าวไปคือ เช็ดมือให้แห้งสนิท แล้วใช้กรรไกรตัดออกมา วางลงไปบนวัตถุดิบหรืออาหารที่ชอบ เท่านี้ก็จะได้อาหารลายคาแรคเตอร์แสนน่ารักประหนึ่งว่าเป็นเมนูจากคาเฟ่ ทำเองได้ง่ายมาก ๆ ! สามารถตกแต่งบนอาหารได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก กราแตง ข้าวปั้น แซนวิช คุกกี้ หรือจะเป็นเครื่องดื่มก็สวยเหมือนกัน

 

oblaat ลายคาแรคเตอร์ Kimetsu no Yaiba วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2020 ที่ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยาในประเทศญี่ปุ่น โดยจะอยู่ในโซนสาหร่ายและฟุริคาเคะ ในราคา 297 เยน

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมีนาคม ทางบริษัท Bandai Candy ก็เคยออกสินค้านี้ในธีมของการ์ตูนเรื่องพริตี้เคียวมาแล้ว ใครเป็นแฟนของทั้ง 2 เรื่องนี้ ต้องไปซื้อมาลองทำแล้วล่ะค่ะ ^^      สล็อตเว็บตรง

キャラ弁 (kyara-ben) หรือการทำข้าวกล่องที่มีรูปคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนเป็นที่นิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น เพราะทำให้อาหารดูน่ารักน่ากิน เหมาะสำหรับคนรักการ์ตูนหรือทำให้เด็ก ๆ ทาน บริษัท Bandai Candy จึงได้ออกไอเท็มพิเศษที่จะช่วยให้ทำข้างกล่องคาแรคเตอร์ได้ง่ายขึ้น โดยครั้งนี้มาในธีมของอนิเมะที่กำลังโด่งดังสุด ๆ “Kimetsu no Yaiba” หรือ “ดาบพิฆาตอสูร”

ไอเท็มนี้จะช่วยตกแต่งอาหารจานโปรดของทุกคนให้ว้าวยิ่งกว่าเดิมด้วย oblaat ลายคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนจากเรื่องดาบพิฆาตอสูร เพียงแค่แปะลงไป ก็สามารถสร้างอาหารลายคาแรคเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

oblaat คือแผ่นแป้งใสไร้สีไร้รสชาติ นำมาพิมพ์ลายลงไปด้วยหมึกที่สามารถทานได้ บริษัท Bandai Candy ได้ผลิตออกมา 2 แบบโดยแต่ละแบบจะมีลายคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนต่างกันรวมทั้งมีลายจากซีนต่าง ๆ ในอนิเมะ ตัวละครที่ผลิตออกมาจะมีทั้งทันจิโร่ เนซึโกะ เซ็นนิทสึ อิโนะสึเกะ กิยู และชิโนบุ แถมในภาพยังมีคำพูดจากตัวละครเขียนไว้อีกด้วย อย่างเช่นภาพชิโนบุจะเขียนไว้ว่า “一番応援していますよ” (Ichiban Ouen Shiteimasuyo)

วิธีการทำดังที่กล่าวไปคือ เช็ดมือให้แห้งสนิท แล้วใช้กรรไกรตัดออกมา วางลงไปบนวัตถุดิบหรืออาหารที่ชอบ เท่านี้ก็จะได้อาหารลายคาแรคเตอร์แสนน่ารักประหนึ่งว่าเป็นเมนูจากคาเฟ่ ทำเองได้ง่ายมาก ๆ ! สามารถตกแต่งบนอาหารได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแฮมเบิร์ก กราแตง ข้าวปั้น แซนวิช คุกกี้ หรือจะเป็นเครื่องดื่มก็สวยเหมือนกัน

 

oblaat ลายคาแรคเตอร์ Kimetsu no Yaiba วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2020 ที่ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยาในประเทศญี่ปุ่น โดยจะอยู่ในโซนสาหร่ายและฟุริคาเคะ ในราคา 297 เยน

ก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมีนาคม ทางบริษัท Bandai Candy ก็เคยออกสินค้านี้ในธีมของการ์ตูนเรื่องพริตี้เคียวมาแล้ว ใครเป็นแฟนของทั้ง 2 เรื่องนี้ ต้องไปซื้อมาลองทำแล้วล่ะค่ะ ^^      สล็อตเว็บตรง

หาคำตอบชื่อเมนู “ต้นสน” “ไผ่” “บ๊วย” ในร้านข้าวหน้าปลาไหลคืออะไร??

หากใครเป็นคนชอบทานข้าวหน้าปลาไหล และเคยแวะเวียนไปร้านข้าวหน้าปลาไหลแบบดั้งเดิมที่ประเทศญี่ปุ่น คงเคยเห็นตัวอักษร “松・竹・梅” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ต้นสน・ไผ่・บ๊วย” อยู่บนเมนูของร้านข้าวหน้าปลาไหลกันมาบ้าง ซึ่งถ้าสังเกตที่ราคาก็จะเห็นว่า ราคาที่กำกับอยู่ตรงตัวอักษร “ต้นสน・ไผ่・บ๊วย” นั้นแตกต่างกัน แม้จะเป็นเมนูข้าวหน้าปลาไหลเหมือนกันก็ตาม เพราะอะไรชื่อต้นไม้ถึงมาอยู่ในร้านข้าวหน้าปลาไหล แล้วมันทำให้ข้าวหน้าปลาไหลแตกต่างกันอย่างไร เรามาหาคำตอบไปด้วยกันดีกว่าค่ะ

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นสน・ไผ่・บ๊วยของคนญี่ปุ่น

ความเชื่อที่ว่าต้นสน・ไผ่・บ๊วยเป็นเครื่องหมายของสิ่งมงคลและการนำพาโชคดีมาสู่ชีวิตนั้น เป็นความเชื่อตั้งแต่โบราณของชาวญี่ปุ่น โดยว่ากันว่าได้รับอิทธิพลมาจากภาพวาดของประเทศจีนในสมัยโบราณ นอกจากความเชื่อว่าเป็นสิ่งมงคลแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังมีความเชื่อในการจัดลำดับความเป็นมงคลของต้นไม้ดังนี้ คือ ต้นสน > ไผ่ > บ๊วย ตามลำดับ และความเชื่อในการจัดลำดับดังกล่าวก็ยังถูกนำมาใช้กับการจัดอันดับในหลาย ๆ เรื่องอีกด้วย โดยความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของจีนใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้าวหน้าปลาไหล

การใช้สัญลักษณ์ต้นสน・ไผ่・บ๊วยในร้านข้าวหน้าปลาไหล

ถึงจะไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับที่มาที่ไปว่าร้านอาหารญี่ปุ่นเริ่มนำสัญลักษณ์คำว่าต้นสน・ไผ่・บ๊วยมาใช้กับเมนูอาหารตั้งแต่เมื่อไร แต่ว่ากันว่าน่าจะเริ่มมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยมีใช้กันทั่วไปตามร้านอาหารต่าง ๆ เช่น ร้านซูชิ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันเมนูอาหารที่แทนด้วยคำว่าต้นสน・ไผ่・บ๊วยที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยคงหนีไม่พ้นเมนูตามร้านข้าวหน้าปลาไหล โดยการรับรู้ทั่วไปของชาวญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเข้าใจกันว่าเมนูต้นสน (松) คือเมนูที่แพงที่สุด ใช้ปลาไหลที่คุณภาพดีที่สุด รองลงมาก็คือเมนูไผ่ (竹) และเมนูที่ถูกที่สุดของร้านจะแทนด้วยบ๊วย (梅) แต่ว่ากันว่าการจัดอันดับดังกล่าวเป็นอะไรที่ค่อนข้างเข้าใจยาก เพราะแท้ที่จริงแล้ว ร้านข้าวหน้าปลาไหลแต่ละร้านต่างก็มีคำจำกัดความที่ต่างกันไป เพราะบางร้านอาจใช้ปลาไหลคุณภาพดีเหมือนกันหมด แต่ราคาแตกต่างกันเพียงเพราะปริมาณมากน้อยไม่เหมือนกันก็แค่นั้น หรือบางแห่งก็แตกต่างกันตามแหล่งกำเนิดของปลาไหล เป็นต้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเมนูต้นสน (松) มักจะเป็นเมนูที่แพงที่สุดของร้าน

ข้าวหน้าปลาไหล

 

ถึงแม้ว่าร้านข้าวหน้าปลาไหลส่วนใหญ่จะมีเมนูต้นสน (松) เป็นเมนูที่แพงที่สุดในร้าน แต่ก็มีร้านข้าวหน้าปลาไหลอีกไม่น้อยที่ปรับให้เมนูบ๊วย (梅) เป็นเมนูที่แพงที่สุด และให้เมนูต้นสน (松) มีราคาที่ถูกที่สุดในร้าน เพื่อเอาใจลูกค้าให้ได้รู้สึกว่าชีวิตนี้เคยสั่งเมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็น Top Class นั่นเอง แต่ในความเป็นจริงว่ากันว่าเมนูที่ขายดีที่สุดในร้านข้าวหล้าปลาไหลกลับเป็นเมนูตรงกลางอย่างเมนูไผ่ (竹) ต่างหากละค่ะ และนี่ก็เป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับชื่อเมนูในร้านข้าวหน้าปลาไหลนะคะ ต่อไปถ้ามีโอกาสทานข้าวหน้าปลาไหลในร้านแบบโบราณดั้งเดิมแล้วละก็ จะได้ไม่ต้องสงสัยแล้วละว่าทำไมชื่อต้นไม้ถึงได้กลายมาเป็นเมนูอาหารได้    สล็อตเว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. ทำไมญี่ปุ่นถึงเรียกไฟจราจรสีเขียวเป็น “สีฟ้า” และเหตุผลที่ไฟจราจรถูกเลือกให้เป็น 3 สีนี้
  2. รู้หรือไม่! ธรรมเนียมการกิน “ปลาไหล” ในหน้าร้อน เกิดจากกลยุทธ์เพิ่มยอดขายของพ่อค้าเอโดะ
  3. วิธีรับประทาน “เอโฮมากิ” เพื่อให้เป็นมงคลก่อนวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น
  4. “โชจินเรียวริ” อาหารเจของพระญี่ปุ่น

หากใครเป็นคนชอบทานข้าวหน้าปลาไหล และเคยแวะเวียนไปร้านข้าวหน้าปลาไหลแบบดั้งเดิมที่ประเทศญี่ปุ่น คงเคยเห็นตัวอักษร “松・竹・梅” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “ต้นสน・ไผ่・บ๊วย” อยู่บนเมนูของร้านข้าวหน้าปลาไหลกันมาบ้าง ซึ่งถ้าสังเกตที่ราคาก็จะเห็นว่า ราคาที่กำกับอยู่ตรงตัวอักษร “ต้นสน・ไผ่・บ๊วย” นั้นแตกต่างกัน แม้จะเป็นเมนูข้าวหน้าปลาไหลเหมือนกันก็ตาม เพราะอะไรชื่อต้นไม้ถึงมาอยู่ในร้านข้าวหน้าปลาไหล แล้วมันทำให้ข้าวหน้าปลาไหลแตกต่างกันอย่างไร เรามาหาคำตอบไปด้วยกันดีกว่าค่ะ

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นสน・ไผ่・บ๊วยของคนญี่ปุ่น

ความเชื่อที่ว่าต้นสน・ไผ่・บ๊วยเป็นเครื่องหมายของสิ่งมงคลและการนำพาโชคดีมาสู่ชีวิตนั้น เป็นความเชื่อตั้งแต่โบราณของชาวญี่ปุ่น โดยว่ากันว่าได้รับอิทธิพลมาจากภาพวาดของประเทศจีนในสมัยโบราณ นอกจากความเชื่อว่าเป็นสิ่งมงคลแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังมีความเชื่อในการจัดลำดับความเป็นมงคลของต้นไม้ดังนี้ คือ ต้นสน > ไผ่ > บ๊วย ตามลำดับ และความเชื่อในการจัดลำดับดังกล่าวก็ยังถูกนำมาใช้กับการจัดอันดับในหลาย ๆ เรื่องอีกด้วย โดยความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นที่ไม่ได้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของจีนใด ๆ ทั้งสิ้น

ข้าวหน้าปลาไหล

การใช้สัญลักษณ์ต้นสน・ไผ่・บ๊วยในร้านข้าวหน้าปลาไหล

ถึงจะไม่มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับที่มาที่ไปว่าร้านอาหารญี่ปุ่นเริ่มนำสัญลักษณ์คำว่าต้นสน・ไผ่・บ๊วยมาใช้กับเมนูอาหารตั้งแต่เมื่อไร แต่ว่ากันว่าน่าจะเริ่มมาตั้งแต่สมัยเอโดะ โดยมีใช้กันทั่วไปตามร้านอาหารต่าง ๆ เช่น ร้านซูชิ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันเมนูอาหารที่แทนด้วยคำว่าต้นสน・ไผ่・บ๊วยที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยคงหนีไม่พ้นเมนูตามร้านข้าวหน้าปลาไหล โดยการรับรู้ทั่วไปของชาวญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเข้าใจกันว่าเมนูต้นสน (松) คือเมนูที่แพงที่สุด ใช้ปลาไหลที่คุณภาพดีที่สุด รองลงมาก็คือเมนูไผ่ (竹) และเมนูที่ถูกที่สุดของร้านจะแทนด้วยบ๊วย (梅) แต่ว่ากันว่าการจัดอันดับดังกล่าวเป็นอะไรที่ค่อนข้างเข้าใจยาก เพราะแท้ที่จริงแล้ว ร้านข้าวหน้าปลาไหลแต่ละร้านต่างก็มีคำจำกัดความที่ต่างกันไป เพราะบางร้านอาจใช้ปลาไหลคุณภาพดีเหมือนกันหมด แต่ราคาแตกต่างกันเพียงเพราะปริมาณมากน้อยไม่เหมือนกันก็แค่นั้น หรือบางแห่งก็แตกต่างกันตามแหล่งกำเนิดของปลาไหล เป็นต้น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเมนูต้นสน (松) มักจะเป็นเมนูที่แพงที่สุดของร้าน

ข้าวหน้าปลาไหล

 

ถึงแม้ว่าร้านข้าวหน้าปลาไหลส่วนใหญ่จะมีเมนูต้นสน (松) เป็นเมนูที่แพงที่สุดในร้าน แต่ก็มีร้านข้าวหน้าปลาไหลอีกไม่น้อยที่ปรับให้เมนูบ๊วย (梅) เป็นเมนูที่แพงที่สุด และให้เมนูต้นสน (松) มีราคาที่ถูกที่สุดในร้าน เพื่อเอาใจลูกค้าให้ได้รู้สึกว่าชีวิตนี้เคยสั่งเมนูที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็น Top Class นั่นเอง แต่ในความเป็นจริงว่ากันว่าเมนูที่ขายดีที่สุดในร้านข้าวหล้าปลาไหลกลับเป็นเมนูตรงกลางอย่างเมนูไผ่ (竹) ต่างหากละค่ะ และนี่ก็เป็นเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับชื่อเมนูในร้านข้าวหน้าปลาไหลนะคะ ต่อไปถ้ามีโอกาสทานข้าวหน้าปลาไหลในร้านแบบโบราณดั้งเดิมแล้วละก็ จะได้ไม่ต้องสงสัยแล้วละว่าทำไมชื่อต้นไม้ถึงได้กลายมาเป็นเมนูอาหารได้    สล็อตเว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. ทำไมญี่ปุ่นถึงเรียกไฟจราจรสีเขียวเป็น “สีฟ้า” และเหตุผลที่ไฟจราจรถูกเลือกให้เป็น 3 สีนี้
  2. รู้หรือไม่! ธรรมเนียมการกิน “ปลาไหล” ในหน้าร้อน เกิดจากกลยุทธ์เพิ่มยอดขายของพ่อค้าเอโดะ
  3. วิธีรับประทาน “เอโฮมากิ” เพื่อให้เป็นมงคลก่อนวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น
  4. “โชจินเรียวริ” อาหารเจของพระญี่ปุ่น
5 อันดับเมล่อนยอดฮิตที่คนญี่ปุ่นนิยมให้เป็นของขวัญในช่วงฤดูร้อน

หนึ่งในของขวัญที่ผู้รับชื่นชอบมากในช่วงฤดูร้อนคือผลไม้รสชาติอร่อย เมล่อนเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นใช้เป็นของขวัญหรูสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับ มารู้จัก 5 อันดับเมล่อนที่คนญี่ปุ่นนิยมส่งเป็นของขวัญในช่วงฤดูร้อนกันนะคะ

ทำไมต้องให้ของขวัญในช่วงฤดูร้อน

ช่วงฤดูร้อนในญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมมอบของขวัญเรียกว่า โอะชูเกง (お中元, Ochugen) ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน และคนญี่ปุ่นเอามาผสมผสานเข้ากับหลักพุทธศาสนาเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที ความขอบคุณและสร้างไมตรีต่อญาติผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน โดยการให้ของขวัญในช่วงฤดูร้อนนี้จะเริ่มหลังจากเทศกลาลโอบ้งตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม เป็นต้นไป ของขวัญที่ให้นั้นมีหลากหลายชนิด เช่น ของใช้จำเป็นในบ้านอย่างผงซักฟอก ขนมต่างๆ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เครื่องดื่ม และผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยได้แก่ ลูกท้อ ลูกแพร์ และเมล่อน เป็นต้น

5 อันดับเมล่อนที่คนญี่ปุ่นนิยมให้เป็นของขวัญในช่วงฤดูร้อน

เมล่อนญี่ปุ่นมีหลากหลายพันธุ์ ซึ่งมีการดูแลจัดการในขั้นตอนการปลูกเป็นอย่างดีเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี มีรสชาติหอมหวานอร่อย ทำให้ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินซื้อแม้ว่าจะมีราคาแพง นอกจากนำมารับประทานเองแล้วคนญี่ปุ่นยังนิยมมอบเมล่อนเป็นของขวัญแทนใจที่ถูกใจผู้รับไม่น้อย เมล่อนพันธุ์อร่อยที่คนญี่ปุ่นนิยมให้เป็นของขวัญมี 5 อันดับดังนี้

อันดับที่ 5 ฮอกไกโด ฟุราโนะเมล่อน (Hokkaido Furano Melon, 北海道 富良野メロン )

เมล่อนพันธุ์นี้มีเนื้อสีส้ม ปลูกได้จากตอนกลางของจังหวัดฮอกไกโด พันธุ์นี้มีปริมาณน้ำตาลสูง มีเนื้อแน่น และมีรสชาติอร่อยมาก โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 เยน

อันดับที่ 4 ฮอกไกโดยูบาริเมล่อน (Hokkaido Yubari Melon, 北海道 夕張メロン)

เมล่อนพันธุ์นี้ผลิตได้เพียงในพื้นที่ที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนสูงอย่างจังหวัดฮอกไกโดเท่านั้น พันธุ์นี้มีเนื้อสีส้มสวยงาม มีเส้นใยละเอียดอัดแน่นและมีรสหวานฉ่ำอร่อยมาก ราคาของเมล่อนพันธุ์นี้จะอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 เยน

อันดับที่ 3 คิวชูมัสค์เมล่อน (Kyushu Musk Melon, 九州産マスクメロン)

เมล่อนพันธุ์นี้เป็นเมล่อนเนื้อสีเขียว มีรสชาติหวานฉ่ำและหอมมาก โดยมีราคาตั้งแต่ 3,500-6,000 เยน

อันดับที่ 2 ชิซึโอกะคราวน์เมล่อน (Shizuoka Crown Melon, 静岡クラウンメロン)

เมล่อนพันธุ์นี้ปลูกในเรือนกระจกที่ได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ เนื้อเมล่อนมีสีเขียว มีรสชาติหวานเข้มและมีกลิ่นหอมมาก โดยมีราคาตั้งแต่ 4,000-10,000 เยน

 

อันดับที่ 1 ชิซึโอกะคราวน์เมล่อนเกรดพรีเมี่ยม (Shizuoka Crown Celon, 静岡クラウンメロン 上(山クラス))

เมล่อนพันธุ์นี้มีวิธีการปลูกที่คัดเอาผลที่ดีที่สุดไว้เพียงหนึ่งผลในหนึ่งต้น และปลูกในเรือนกระจกที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเป็นอย่างดี จนได้ผลผลิตที่มีรสหวาน มีกลิ่นหอม และมีเนื้อสัมผัสนุ่มอร่อย พันธุ์นี้เป็นเมล่อนพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีราคาตั้งแต่ 5,000-9,000 เยน

เมล่อนในญี่ปุ่นมีหลากหลายสายพันธุ์ที่มีราคาตั้งแต่สมเหตุสมผลไปจนถึงแพงมาก พออาศัยอยู่ในญี่ปุ่นผู้เขียนเองก็ไม่กล้าซื้อเมล่อนราคาแพงมากมารับประทาน เพราะราคาเมล่อนที่แพงๆ นั้นพอๆ กับการซื้อผลไม้ชนิดอื่นมารับประทานได้เป็นอาทิตย์ แต่จะได้รับเป็นของขวัญจากคนรู้จักแทน ซึ่งทำให้เรารู้ว่าคนส่งใส่ใจคิดถึงเรา และแน่นอนว่าเมื่อรับของขวัญแล้วเราก็ส่งของขวัญคืนกลับไปให้ผู้ส่งเพื่อสร้างความสุขใจว่ามีคนใส่ใจคิดถึงเขาด้วยค่ะ    สล็อตเว็บตรง

หนึ่งในของขวัญที่ผู้รับชื่นชอบมากในช่วงฤดูร้อนคือผลไม้รสชาติอร่อย เมล่อนเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นใช้เป็นของขวัญหรูสร้างความประทับใจให้แก่ผู้รับ มารู้จัก 5 อันดับเมล่อนที่คนญี่ปุ่นนิยมส่งเป็นของขวัญในช่วงฤดูร้อนกันนะคะ

ทำไมต้องให้ของขวัญในช่วงฤดูร้อน

ช่วงฤดูร้อนในญี่ปุ่นจะมีธรรมเนียมมอบของขวัญเรียกว่า โอะชูเกง (お中元, Ochugen) ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน และคนญี่ปุ่นเอามาผสมผสานเข้ากับหลักพุทธศาสนาเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที ความขอบคุณและสร้างไมตรีต่อญาติผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ เพื่อน และเพื่อนร่วมงาน โดยการให้ของขวัญในช่วงฤดูร้อนนี้จะเริ่มหลังจากเทศกลาลโอบ้งตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม เป็นต้นไป ของขวัญที่ให้นั้นมีหลากหลายชนิด เช่น ของใช้จำเป็นในบ้านอย่างผงซักฟอก ขนมต่างๆ ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เครื่องดื่ม และผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยได้แก่ ลูกท้อ ลูกแพร์ และเมล่อน เป็นต้น

5 อันดับเมล่อนที่คนญี่ปุ่นนิยมให้เป็นของขวัญในช่วงฤดูร้อน

เมล่อนญี่ปุ่นมีหลากหลายพันธุ์ ซึ่งมีการดูแลจัดการในขั้นตอนการปลูกเป็นอย่างดีเพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี มีรสชาติหอมหวานอร่อย ทำให้ผู้บริโภคยินดีจ่ายเงินซื้อแม้ว่าจะมีราคาแพง นอกจากนำมารับประทานเองแล้วคนญี่ปุ่นยังนิยมมอบเมล่อนเป็นของขวัญแทนใจที่ถูกใจผู้รับไม่น้อย เมล่อนพันธุ์อร่อยที่คนญี่ปุ่นนิยมให้เป็นของขวัญมี 5 อันดับดังนี้

อันดับที่ 5 ฮอกไกโด ฟุราโนะเมล่อน (Hokkaido Furano Melon, 北海道 富良野メロン )

เมล่อนพันธุ์นี้มีเนื้อสีส้ม ปลูกได้จากตอนกลางของจังหวัดฮอกไกโด พันธุ์นี้มีปริมาณน้ำตาลสูง มีเนื้อแน่น และมีรสชาติอร่อยมาก โดยราคาจะอยู่ที่ประมาณ 2,000-4,000 เยน

อันดับที่ 4 ฮอกไกโดยูบาริเมล่อน (Hokkaido Yubari Melon, 北海道 夕張メロン)

เมล่อนพันธุ์นี้ผลิตได้เพียงในพื้นที่ที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนสูงอย่างจังหวัดฮอกไกโดเท่านั้น พันธุ์นี้มีเนื้อสีส้มสวยงาม มีเส้นใยละเอียดอัดแน่นและมีรสหวานฉ่ำอร่อยมาก ราคาของเมล่อนพันธุ์นี้จะอยู่ที่ประมาณ 3,000-6,000 เยน

อันดับที่ 3 คิวชูมัสค์เมล่อน (Kyushu Musk Melon, 九州産マスクメロン)

เมล่อนพันธุ์นี้เป็นเมล่อนเนื้อสีเขียว มีรสชาติหวานฉ่ำและหอมมาก โดยมีราคาตั้งแต่ 3,500-6,000 เยน

อันดับที่ 2 ชิซึโอกะคราวน์เมล่อน (Shizuoka Crown Melon, 静岡クラウンメロン)

เมล่อนพันธุ์นี้ปลูกในเรือนกระจกที่ได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ เนื้อเมล่อนมีสีเขียว มีรสชาติหวานเข้มและมีกลิ่นหอมมาก โดยมีราคาตั้งแต่ 4,000-10,000 เยน

 

อันดับที่ 1 ชิซึโอกะคราวน์เมล่อนเกรดพรีเมี่ยม (Shizuoka Crown Celon, 静岡クラウンメロン 上(山クラス))

เมล่อนพันธุ์นี้มีวิธีการปลูกที่คัดเอาผลที่ดีที่สุดไว้เพียงหนึ่งผลในหนึ่งต้น และปลูกในเรือนกระจกที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นเป็นอย่างดี จนได้ผลผลิตที่มีรสหวาน มีกลิ่นหอม และมีเนื้อสัมผัสนุ่มอร่อย พันธุ์นี้เป็นเมล่อนพรีเมี่ยมที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีราคาตั้งแต่ 5,000-9,000 เยน

เมล่อนในญี่ปุ่นมีหลากหลายสายพันธุ์ที่มีราคาตั้งแต่สมเหตุสมผลไปจนถึงแพงมาก พออาศัยอยู่ในญี่ปุ่นผู้เขียนเองก็ไม่กล้าซื้อเมล่อนราคาแพงมากมารับประทาน เพราะราคาเมล่อนที่แพงๆ นั้นพอๆ กับการซื้อผลไม้ชนิดอื่นมารับประทานได้เป็นอาทิตย์ แต่จะได้รับเป็นของขวัญจากคนรู้จักแทน ซึ่งทำให้เรารู้ว่าคนส่งใส่ใจคิดถึงเรา และแน่นอนว่าเมื่อรับของขวัญแล้วเราก็ส่งของขวัญคืนกลับไปให้ผู้ส่งเพื่อสร้างความสุขใจว่ามีคนใส่ใจคิดถึงเขาด้วยค่ะ    สล็อตเว็บตรง

แนะนำ 6 คาเฟ่ เสิร์ฟเค้กดีไซน์สุดยูนีค แปลก แต่อร่อย!

สาว ๆ สายหวานทั้งหลาย เวลาที่ไปทานขนมหวานก็ไม่คงพลาดที่จะต้องถ่ายรูปสวย ๆ ก่อนทาน สมัยนี้นอกจากรสชาติที่ดีแล้วยังต้องมีรูปลักษณ์ที่ดึงดูดลูกค้าได้ด้วย! วันนี้เราจะมาแนะนำ 6 คาเฟ่ที่เสิร์ฟเค้กที่หน้าตาแปลกใหม่ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มาให้ทุกคนตามไปทานกันค่ะ

cafe Furan / เฮียวโงะ

 

 

ร้านแรกคือ cafe Furan ซึ่งเปิดใน Share Cafe cobatoto ในเมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ โดยจะเป็นสถานที่ที่รวมของอร่อยจากหลาย ๆ คาเฟ่ และขายของน่ารักมากมาย ถ้าใครอยากทานเค้กก็สามารถเพลิดเพลินกับชอร์ทเค้กน่ารักที่มีครีมสดละลายไหลเยิ้ม ครีมนุ่ม ๆ เปรียบดั่งความสุขที่กระจายไปทั่วทั้งปาก ผลไม้ท็อปปิ้งบนเค้กก็เปลี่ยนไปตามฤดูกาล อย่างในเดือนตุลาคมนี้ทางร้านก็มีเค้กมะเดื่อให้ได้ลองทานกัน ร้านจะเปิดให้บริการในช่วงบ่ายของวันพุธถึงวันอาทิตย์เท่านั้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก Instagram ของร้านได้เลย

薪窯 Pizza Feliche / ซากะ

 

 

ร้านต่อมาคือ 薪窯 Pizza Feliche ในเมืองโยชิโนการิ จังหวัดซากะ ร้านนี้จะเป็นร้านอาหารอิตาเลียน แต่ในส่วนของของหวานก็มีทาร์ตผลไม้ที่มีด้านตัดขวางอย่างสวยงาม แป้งทาร์ตโฮมเมดพร้อมด้วยผลไม้ชิ้นโตและครีมปริมาณมากแบบเต็มปากเต็มคำ ช่วงไหนจะเป็นทาร์ตแบบใด ก็ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่ทางร้านมีในช่วงนั้น สามารถดูเพิ่มเติมทาง Instagram ได้เลย รับรองว่าคนรักผลไม้จะต้องฟินจนร้องขอชีวิตเลยทีเดียว

Patisserie cafe VIVANT / โตเกียว

 

 

ร้านต่อมาคือ Patisserie cafe VIVANT ในเมืองคุนิตาจิ กรุงโตเกียว ร้านนี้มีเค้กที่ภายนอกดูเหมือนแอปเปิ้ลเขียว ดูน่ารักตะมุตะมิถูกใจสาว ๆ แน่นอน ด้านนอกเป็นช็อกโกแลตกรุบกรอบ ส่วนด้านในมีทั้งแอปเปิ้ลเขียวสดเป็นชิ้น ๆ และมูสแอปเปิ้ลเขียว ให้รสชาติที่สดชื่น แต่เนื่องจากมีจำนวนจำกัด หากสามารถจองไว้ได้ก่อนก็จะดีกว่า นอกจากนี้ยังมีเมนูเค้กอื่น ๆ ที่มีรูปร่างและเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ทำเอาอยากไปลองชิมให้ครบทุกแบบเลย

Patisserie L’Enfant Hoshigaoka Terrace / ไอจิ

 

 

ร้านต่อมาคือ Patisserie L’Enfant Hoshigaoka Terrace ในเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ เสิร์ฟของหวานจัดเต็มสำหรับคนรักผลไม้เป็นมิลล์เครปที่อัดแน่นไปด้วยผลไม้ตามฤดูกาลมากมาย ตัดออกมาได้อย่างสวยงามโดดเด่น สำหรับช่วงฤดูกาลนี้ก็ต้องเป็นเครปไส้องุ่น Shine Muscat และองุ่น Nagano Purple ที่เรียกได้ว่าเป็นองุ่นพันธ์ุดีเยี่ยม ความหวานเล็กน้อยของครีมสดช่วยดึงความหวานฉ่ำขององุ่นให้มีความกลมกลืนกันอย่างลงตัว เป็นของหวานรสชาติตามฤดูกาลแสนอร่อยที่ต้องมาทานที่นี่เท่านั้น

Espresso Bar Kesaran Pasaran / อิชิคาว่า

 

 

ร้านต่อมาคือ Espresso Bar Kesaran Pasaran ในเมืองคานาซาว่า จังหวัดอิชิคาว่า ที่นี่มีชีสเค้กที่ทำออกมาเป็นรูปร่างเหมือนชีสที่เราเคยเห็นกันตามการ์ตูนต่าง ๆ น่ารักมาก ๆ แป้งเค้กเนื้อแน่นละลายในปากกับกลิ่นหอม ๆ ของชีสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปกติชีสเค้กลักษณะแบบนี้ที่เราคุ้นเคยกันส่วนใหญ่จะเป็นชีสเค้กล้วน ๆ ทั้งก้อน แต่สำหรับที่นี่ ส่วนด้านล่างจะเป็นแป้งทาร์ตกรุบกรอบ สามารถเพลิดเพลินกับเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันได้ เห็นแล้วนึกถึง Tom and Jerry เลยนะเนี่ย

Café de Nicole / โตเกียว

 

 

ร้านสุดท้ายคือ Café de Nicole ในโคเอนจิ กรุงโตเกียว สามารถเพลิดเพลินกับเลมอนทาร์ตจากปารีสพร้อมกับเมอแรงค์นุ่มฟู เมอแรงค์รสหวานเข้มข้นเข้ากันดีกับรสเปรี้ยวสดชื่นของเลมอนทาร์ต ถึงแม้จะดูเยอะแต่ก็ทานได้เพลินจนหมดจาน ภายในร้านยังตกแต่งเป็นธีมของกรุงปารีส เพิ่มฟีลลิ่งให้เพลิดเพลินกับเวลาน้ำชาราวกับกำลังนั่งอยู่ในคาเฟ่ที่ปารีส

บางชิ้นนี่ก็น่ารักจนไม่อยากทานเลย แค่ถ่ายรูปอย่างเดียวก็พอใจแล้ว55555 มีคาเฟ่จากหลากหลายจังหวัดเลย ใครได้ไปเที่ยวแถวไหนก็อย่าลืมแวะไปทานกันนะคะ ^^    UFABET เว็บตรง

สาว ๆ สายหวานทั้งหลาย เวลาที่ไปทานขนมหวานก็ไม่คงพลาดที่จะต้องถ่ายรูปสวย ๆ ก่อนทาน สมัยนี้นอกจากรสชาติที่ดีแล้วยังต้องมีรูปลักษณ์ที่ดึงดูดลูกค้าได้ด้วย! วันนี้เราจะมาแนะนำ 6 คาเฟ่ที่เสิร์ฟเค้กที่หน้าตาแปลกใหม่ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มาให้ทุกคนตามไปทานกันค่ะ

cafe Furan / เฮียวโงะ

 

 

ร้านแรกคือ cafe Furan ซึ่งเปิดใน Share Cafe cobatoto ในเมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ โดยจะเป็นสถานที่ที่รวมของอร่อยจากหลาย ๆ คาเฟ่ และขายของน่ารักมากมาย ถ้าใครอยากทานเค้กก็สามารถเพลิดเพลินกับชอร์ทเค้กน่ารักที่มีครีมสดละลายไหลเยิ้ม ครีมนุ่ม ๆ เปรียบดั่งความสุขที่กระจายไปทั่วทั้งปาก ผลไม้ท็อปปิ้งบนเค้กก็เปลี่ยนไปตามฤดูกาล อย่างในเดือนตุลาคมนี้ทางร้านก็มีเค้กมะเดื่อให้ได้ลองทานกัน ร้านจะเปิดให้บริการในช่วงบ่ายของวันพุธถึงวันอาทิตย์เท่านั้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก Instagram ของร้านได้เลย

薪窯 Pizza Feliche / ซากะ

 

 

ร้านต่อมาคือ 薪窯 Pizza Feliche ในเมืองโยชิโนการิ จังหวัดซากะ ร้านนี้จะเป็นร้านอาหารอิตาเลียน แต่ในส่วนของของหวานก็มีทาร์ตผลไม้ที่มีด้านตัดขวางอย่างสวยงาม แป้งทาร์ตโฮมเมดพร้อมด้วยผลไม้ชิ้นโตและครีมปริมาณมากแบบเต็มปากเต็มคำ ช่วงไหนจะเป็นทาร์ตแบบใด ก็ขึ้นอยู่กับผลไม้ที่ทางร้านมีในช่วงนั้น สามารถดูเพิ่มเติมทาง Instagram ได้เลย รับรองว่าคนรักผลไม้จะต้องฟินจนร้องขอชีวิตเลยทีเดียว

Patisserie cafe VIVANT / โตเกียว

 

 

ร้านต่อมาคือ Patisserie cafe VIVANT ในเมืองคุนิตาจิ กรุงโตเกียว ร้านนี้มีเค้กที่ภายนอกดูเหมือนแอปเปิ้ลเขียว ดูน่ารักตะมุตะมิถูกใจสาว ๆ แน่นอน ด้านนอกเป็นช็อกโกแลตกรุบกรอบ ส่วนด้านในมีทั้งแอปเปิ้ลเขียวสดเป็นชิ้น ๆ และมูสแอปเปิ้ลเขียว ให้รสชาติที่สดชื่น แต่เนื่องจากมีจำนวนจำกัด หากสามารถจองไว้ได้ก่อนก็จะดีกว่า นอกจากนี้ยังมีเมนูเค้กอื่น ๆ ที่มีรูปร่างและเอกลักษณ์แตกต่างกันไป ทำเอาอยากไปลองชิมให้ครบทุกแบบเลย

Patisserie L’Enfant Hoshigaoka Terrace / ไอจิ

 

 

ร้านต่อมาคือ Patisserie L’Enfant Hoshigaoka Terrace ในเมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ เสิร์ฟของหวานจัดเต็มสำหรับคนรักผลไม้เป็นมิลล์เครปที่อัดแน่นไปด้วยผลไม้ตามฤดูกาลมากมาย ตัดออกมาได้อย่างสวยงามโดดเด่น สำหรับช่วงฤดูกาลนี้ก็ต้องเป็นเครปไส้องุ่น Shine Muscat และองุ่น Nagano Purple ที่เรียกได้ว่าเป็นองุ่นพันธ์ุดีเยี่ยม ความหวานเล็กน้อยของครีมสดช่วยดึงความหวานฉ่ำขององุ่นให้มีความกลมกลืนกันอย่างลงตัว เป็นของหวานรสชาติตามฤดูกาลแสนอร่อยที่ต้องมาทานที่นี่เท่านั้น

Espresso Bar Kesaran Pasaran / อิชิคาว่า

 

 

ร้านต่อมาคือ Espresso Bar Kesaran Pasaran ในเมืองคานาซาว่า จังหวัดอิชิคาว่า ที่นี่มีชีสเค้กที่ทำออกมาเป็นรูปร่างเหมือนชีสที่เราเคยเห็นกันตามการ์ตูนต่าง ๆ น่ารักมาก ๆ แป้งเค้กเนื้อแน่นละลายในปากกับกลิ่นหอม ๆ ของชีสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปกติชีสเค้กลักษณะแบบนี้ที่เราคุ้นเคยกันส่วนใหญ่จะเป็นชีสเค้กล้วน ๆ ทั้งก้อน แต่สำหรับที่นี่ ส่วนด้านล่างจะเป็นแป้งทาร์ตกรุบกรอบ สามารถเพลิดเพลินกับเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันได้ เห็นแล้วนึกถึง Tom and Jerry เลยนะเนี่ย

Café de Nicole / โตเกียว

 

 

ร้านสุดท้ายคือ Café de Nicole ในโคเอนจิ กรุงโตเกียว สามารถเพลิดเพลินกับเลมอนทาร์ตจากปารีสพร้อมกับเมอแรงค์นุ่มฟู เมอแรงค์รสหวานเข้มข้นเข้ากันดีกับรสเปรี้ยวสดชื่นของเลมอนทาร์ต ถึงแม้จะดูเยอะแต่ก็ทานได้เพลินจนหมดจาน ภายในร้านยังตกแต่งเป็นธีมของกรุงปารีส เพิ่มฟีลลิ่งให้เพลิดเพลินกับเวลาน้ำชาราวกับกำลังนั่งอยู่ในคาเฟ่ที่ปารีส

บางชิ้นนี่ก็น่ารักจนไม่อยากทานเลย แค่ถ่ายรูปอย่างเดียวก็พอใจแล้ว55555 มีคาเฟ่จากหลากหลายจังหวัดเลย ใครได้ไปเที่ยวแถวไหนก็อย่าลืมแวะไปทานกันนะคะ ^^    UFABET เว็บตรง

รู้หรือไม่? ทำไมคนญี่ปุ่นชอบทำแกงกะหรี่ตอนไปแคมป์?!

แกงกะหรี่เป็นอาหารยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นซึ่งมักจะทำทานเวลาออกไปตั้งแคมป์กับครอบครัว หรือตอนเข้าค่ายร่วมกับเพื่อนๆ สมัยเรียน นอกจากความอร่อยหอมเข้มข้นของแกงกะหรี่แล้ว ทุกคนพอจะเดาได้มั้ยคะว่า ทำไมแกงกะหรี่ถึงเป็นเมนูยอดฮิตเวลาตั้งแคมป์ของชาวญี่ปุ่น?

อร่อยอย่างเดียว..พอหรือ?

แคมป์ แกงกะหรี่
เหตุผลข้อแรกคือ “เรื่องความสะอาด” แกงกะหรี่เป็นอาหารที่ต้องใช้เวลาในการเคี่ยว และมีส่วนประกอบของเครื่องเทศที่มีประสิทธิภาพในการถนอมอาหาร และการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องอาหารเป็นพิษลงได้ ต่อมาคือ “เป็นอาหารจานเดียว” ทานง่ายไม่ต้องมีกับข้าวหรือซุป ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการทานอาหารมากมาย ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอุปกรณ์และทำความสะอาด อีกข้อก็คือ แกงกะหรี่เป็น “อาหารกันตาย” ค่ะ ไม่ว่าจะใส่อะไรลงไป ขอแค่ตามด้วยก้อนแกงกะหรี่ตบท้าย ทุกอย่างก็อร่อยลงตัวไปเสียทุกอย่าง เหตุผลที่ว่ามาสามข้อ อาจจะเป็นสิ่งที่ทุกคนพอทราบมาบ้าง แต่มีเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องอึ้งแน่นอนนั่นก็คือ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงให้เป็นคู่รักที่สมบูรณ์นั่นเอง!

มนต์รักแกงกะหรี่?!

แกงกะหรี่ คู่รัก
รายการ “Chico Will Scold You!” (チコちゃんに叱られる! – Chico chan ni shikarareru!) วาไรตี้ทางช่อง NHK เทปเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 ได้อธิบายเหตุผลดังกล่าวไว้ว่า เกิดจากนโยบายของอเมริกาที่เข้าปกครองญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (ค.ศ. 1945-1952) หนึ่งในนโยบายเหล่านั้นก็คือ “ความเท่าเทียมของชายหญิง” จึงเกิดกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น การเข้าค่ายหรือแคมป์ปิ้ง เพื่อให้หนุ่มสาวได้เรียนรู้ถึงความเท่าเทียมทางเพศ แล้วที่ต้องเป็นแกงกะหรี่ก็เพราะแผนทางการตลาดที่ชักชวน (หรือหลอกล่อ) ให้ชายหญิงมาเข้าร่วมกิจกรรม ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นเกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร จึงทำให้ภาพลักษณ์ของแกงกะหรี่ในตอนนั้นเป็นอาหารฝรั่งสุดพิเศษ นอกจากนี้การเข้าแคมป์ยังต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และแกงกระหรี่เองก็มีขั้นตอนการทำค่อนข้างมาก ช่วยเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้เรียนรู้และสานความสัมพันธ์กันนั่นเอง

สรุปได้มั้ยคะเนี่ยว่าการทานแกงกะหรี่ในแคมป์ของคนญี่ปุ่นในปัจจุบันอาจเป็นมรดกตกทอดมาจากนโยบายปฏิรูปญี่ปุ่นของอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งสอง เห็นทีต้องลองทำแกงกะหรี่ตอนไปแคมป์สักครั้งแล้วล่ะค่ะ เพื่อจะมีคู่รักกับเขาบ้าง    สล็อตเว็บตรง

แกงกะหรี่เป็นอาหารยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นซึ่งมักจะทำทานเวลาออกไปตั้งแคมป์กับครอบครัว หรือตอนเข้าค่ายร่วมกับเพื่อนๆ สมัยเรียน นอกจากความอร่อยหอมเข้มข้นของแกงกะหรี่แล้ว ทุกคนพอจะเดาได้มั้ยคะว่า ทำไมแกงกะหรี่ถึงเป็นเมนูยอดฮิตเวลาตั้งแคมป์ของชาวญี่ปุ่น?

อร่อยอย่างเดียว..พอหรือ?

แคมป์ แกงกะหรี่
เหตุผลข้อแรกคือ “เรื่องความสะอาด” แกงกะหรี่เป็นอาหารที่ต้องใช้เวลาในการเคี่ยว และมีส่วนประกอบของเครื่องเทศที่มีประสิทธิภาพในการถนอมอาหาร และการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องอาหารเป็นพิษลงได้ ต่อมาคือ “เป็นอาหารจานเดียว” ทานง่ายไม่ต้องมีกับข้าวหรือซุป ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ในการทานอาหารมากมาย ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอุปกรณ์และทำความสะอาด อีกข้อก็คือ แกงกะหรี่เป็น “อาหารกันตาย” ค่ะ ไม่ว่าจะใส่อะไรลงไป ขอแค่ตามด้วยก้อนแกงกะหรี่ตบท้าย ทุกอย่างก็อร่อยลงตัวไปเสียทุกอย่าง เหตุผลที่ว่ามาสามข้อ อาจจะเป็นสิ่งที่ทุกคนพอทราบมาบ้าง แต่มีเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ทุกคนต้องอึ้งแน่นอนนั่นก็คือ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงให้เป็นคู่รักที่สมบูรณ์นั่นเอง!

มนต์รักแกงกะหรี่?!

แกงกะหรี่ คู่รัก
รายการ “Chico Will Scold You!” (チコちゃんに叱られる! – Chico chan ni shikarareru!) วาไรตี้ทางช่อง NHK เทปเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2565 ได้อธิบายเหตุผลดังกล่าวไว้ว่า เกิดจากนโยบายของอเมริกาที่เข้าปกครองญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (ค.ศ. 1945-1952) หนึ่งในนโยบายเหล่านั้นก็คือ “ความเท่าเทียมของชายหญิง” จึงเกิดกิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น การเข้าค่ายหรือแคมป์ปิ้ง เพื่อให้หนุ่มสาวได้เรียนรู้ถึงความเท่าเทียมทางเพศ แล้วที่ต้องเป็นแกงกะหรี่ก็เพราะแผนทางการตลาดที่ชักชวน (หรือหลอกล่อ) ให้ชายหญิงมาเข้าร่วมกิจกรรม ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นเกิดปัญหาขาดแคลนอาหาร จึงทำให้ภาพลักษณ์ของแกงกะหรี่ในตอนนั้นเป็นอาหารฝรั่งสุดพิเศษ นอกจากนี้การเข้าแคมป์ยังต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และแกงกระหรี่เองก็มีขั้นตอนการทำค่อนข้างมาก ช่วยเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้เรียนรู้และสานความสัมพันธ์กันนั่นเอง

สรุปได้มั้ยคะเนี่ยว่าการทานแกงกะหรี่ในแคมป์ของคนญี่ปุ่นในปัจจุบันอาจเป็นมรดกตกทอดมาจากนโยบายปฏิรูปญี่ปุ่นของอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งสอง เห็นทีต้องลองทำแกงกะหรี่ตอนไปแคมป์สักครั้งแล้วล่ะค่ะ เพื่อจะมีคู่รักกับเขาบ้าง    สล็อตเว็บตรง

โรแมนติกสุดๆ บรรยากาศสถานีโตเกียวในวันหิมะตกหนักกับมารยาทการต่อคิวถ่ายรูปของคนญี่ปุ่น

แม้หิมะที่ตกหนักจนทำให้ระบบคมนาคมติดขัด การเดินทางเป็นไปด้วยความลำบากในวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา แต่หลายๆคนที่ได้เดินทางผ่านไปบริเวณหน้าสถานีโตเกียวต้องหยุดอยู่กลางหิมะที่ยังโปรยปราย เพื่อดูบรรยากาศสวยๆ สุดโรแมนติก ราวกับว่ากำลังเดินอยู่หน้าสถานีรถไฟเมื่อสมัยก่อนในฤดูหนาว โดยเจ้าของทวิตเตอร์ @G_A_S_O ได้นำรูปสวยๆลงจนมีคนเข้ามากดไลค์จำนวนมาก จะสวยโรแมนติกแค่ไหนไปดูภาพกันเลยค่ะ

บรรยากาศหน้าสถานีโตเกียวในวันหิมะตก

ตึกที่ดูขลังและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่แต่งแต้มด้วยหิมะสีขาวโพน

ความงามของสถานีรถไฟโตเกียวที่ดึงดูดให้หลายๆคนต้องหยุดมองและถ่ายรูปเก็บไว้ แม้ในวันที่อากาศจะหนาว หิมะที่ตกไม่หยุดก็ตาม แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่นก็คือ

คนญี่ปุ่นต่อแถวรอคิวเพื่อถ่ายรูปสถานีรถไฟโตเกียว

แม้หิมะจะตกหนัก ลมจะพัดแรงแค่ไหน คนญี่ปุ่นก็ยังคงความเป็นญี่ปุ่นในการมีระเบียบเข้าคิว หลังจากภาพนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคอมเม้นต์เข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็น

“รูปสวยมาก และยิ่งสวยมากเมื่อเห็นแถวที่เรียงกันเป็นระเบียบ”

“หัวใจของคนญี่ปุ่นที่ต่อคิวเพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ช่างงดงามนัก”

“เป็นภาพที่สวยงามมากในหลายๆความหมาย”

และนอกจากนี้ก็มีภาพบรรยากาศของสถานีรถไฟโตเกียวในวันหิมะตก และหลังจากวันที่หิมะตกได้ถูกถ่ายทอดออกมาทางภาพถ่ายมากมายบนโซเชียล จะสวยงามแค่ไหนไปดูกันเลยค่ะ

 

ช่างกล้องหลายคนพากันฝ่าหิมะมาเก็บรูปสวยๆ

สถานีโตเกียวในอีกบรรยากาศหนึ่งที่น่าเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ      สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

แม้หิมะที่ตกหนักจนทำให้ระบบคมนาคมติดขัด การเดินทางเป็นไปด้วยความลำบากในวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา แต่หลายๆคนที่ได้เดินทางผ่านไปบริเวณหน้าสถานีโตเกียวต้องหยุดอยู่กลางหิมะที่ยังโปรยปราย เพื่อดูบรรยากาศสวยๆ สุดโรแมนติก ราวกับว่ากำลังเดินอยู่หน้าสถานีรถไฟเมื่อสมัยก่อนในฤดูหนาว โดยเจ้าของทวิตเตอร์ @G_A_S_O ได้นำรูปสวยๆลงจนมีคนเข้ามากดไลค์จำนวนมาก จะสวยโรแมนติกแค่ไหนไปดูภาพกันเลยค่ะ

บรรยากาศหน้าสถานีโตเกียวในวันหิมะตก

ตึกที่ดูขลังและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่แต่งแต้มด้วยหิมะสีขาวโพน

ความงามของสถานีรถไฟโตเกียวที่ดึงดูดให้หลายๆคนต้องหยุดมองและถ่ายรูปเก็บไว้ แม้ในวันที่อากาศจะหนาว หิมะที่ตกไม่หยุดก็ตาม แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงความเป็นญี่ปุ่นก็คือ

คนญี่ปุ่นต่อแถวรอคิวเพื่อถ่ายรูปสถานีรถไฟโตเกียว

แม้หิมะจะตกหนัก ลมจะพัดแรงแค่ไหน คนญี่ปุ่นก็ยังคงความเป็นญี่ปุ่นในการมีระเบียบเข้าคิว หลังจากภาพนี้เผยแพร่ออกไป ก็มีคอมเม้นต์เข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็น

“รูปสวยมาก และยิ่งสวยมากเมื่อเห็นแถวที่เรียงกันเป็นระเบียบ”

“หัวใจของคนญี่ปุ่นที่ต่อคิวเพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ช่างงดงามนัก”

“เป็นภาพที่สวยงามมากในหลายๆความหมาย”

และนอกจากนี้ก็มีภาพบรรยากาศของสถานีรถไฟโตเกียวในวันหิมะตก และหลังจากวันที่หิมะตกได้ถูกถ่ายทอดออกมาทางภาพถ่ายมากมายบนโซเชียล จะสวยงามแค่ไหนไปดูกันเลยค่ะ

 

ช่างกล้องหลายคนพากันฝ่าหิมะมาเก็บรูปสวยๆ

สถานีโตเกียวในอีกบรรยากาศหนึ่งที่น่าเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ      สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

โรงแรมน้องแมว! โรงแรมที่จะทำให้คุณได้ชมแมวที่นอกหน้าต่างตลอดทั้งคืน!

เวลาเราไปเที่ยวที เราก็อยากจะพักโรงแรมที่สามารถมองเห็นวิวสวย ๆ อย่างวิวทะเลบ้างล่ะ วิวภูเขาบ้างล่ะ แต่ตอนนี้ลืมวิวเหล่านั้นไปได้เลยค่ะ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปมอง “วิวน้องแมว” กันดีกว่า

Neko Yokujo & Neko Hatago
Neko Yokujo & Neko Hatago

โรงแรมนี้มีชื่อว่า Neko Yokujo & Neko Hatago ตั้งอยู่ในโอซาก้า ที่นี่รวมคาเฟ่แมว Neko Yokujo เข้ากับโรงแรมแคปซูล Hatago ด้านหนึ่งเป็นคาเฟ่แมว ส่วนอีกด้านเป็นโรงแรม เพิ่งเปิดใหม่เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2019

ภายในห้องพัก
ภายในห้องพัก

พื้นที่คาเฟ่แมวอยู่ติดกับด้านหลังห้องนอนของโรงแรม แต่แทนที่จะทำเป็นผนังแข็ง ๆ ทึบ ๆ กั้นพื้นที่ โรงแรมทำเป็นกระจกใส ๆ กั้นพื้นที่แทน ทำให้แต่ละห้องมองเห็นแมวในขณะที่พักอยู่ในห้องของตัวเองได้

แต่ละห้องมีม่านปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว และหน้าต่างก็จัดวางให้ไม่สามารถมองเห็นห้องอื่นได้ ตอนกลางคืนหากเปิดม่านไว้หลังจากคาเฟ่ปิดแล้ว เราก็จะแอบมองแมวผจญภัยยามค่ำคืนได้ แถมยังมองน้องแมวได้โดยไม่ต้องเขินคนอื่นอีกด้วย

ที่นี่ยังให้บริการของเล่นควบคุมโดยรีโมท ทำให้สามารถเล่นกับแมวตัวน้อย ๆ ได้จากหน้าต่าง แต่ห้ามทำให้แมวตกใจด้วยการเคาะกระจก รวมถึงห้ามใช้แฟลชถ่ายรูปนะคะ

มองแมวจากไกล ๆ อาจจะยังไม่จุใจ จะเข้าไปเล่นกับแมวที่คาเฟ่ก็ได้ค่ะ โดยใช้คูปองที่ได้มากับแพคเกจค่าที่พักโรงแรม เล่นได้ฟรี 2 ชม. พร้อมกับสิทธิพิเศษให้เข้าไปเล่นก่อนหรือหลังเวลาทำการได้ นอกจากนี้โรงแรมยังมีสปาเท้าให้แช่สบาย ๆ อีกด้วย

ภายในโรงแรมตกแต่งคล้ายที่อาบน้ำสาธารณะของญี่ปุ่นสมัยก่อน แนวเรโทรเก่า ๆ
ภายในโรงแรมตกแต่งคล้ายที่อาบน้ำสาธารณะของญี่ปุ่นสมัยก่อน แนวเรโทรเก่า ๆ

แล้วถ้าเล่นกับน้องแมวจนติดใจ อยากพากลับบ้านไปด้วย เราก็สามารถพาน้องแมวกลับไปเล่นที่บ้านได้ด้วยค่ะ ! แมวของที่นี่เป็นแมวจรที่ได้รับความช่วยเหลือมา ซึ่งทางคาเฟ่และโรงแรมกำลังหาบ้านใหม่ให้อยู่ หากอยากนำกลับไปเลี้ยงที่บ้าน ทางโรงแรมอนุญาตให้แขกลองนำกลับไปเลี้ยงที่บ้านระยะหนึ่งเพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือไม่ หากไม่มีปัญหาอะไรก็เลี้ยงไว้ได้เลยค่ะ

เงินค่าเข้าพักจะไปเป็นค่าอาหาร ค่ายา และค่าดูแลอื่น ๆ ของแมว เพราะฉะนั้นนอกจากจะได้พักในโรงแรมน่ารัก ๆ แล้ว ยังเป็นการต่อชีวิตให้กับแมวเหล่านี้อีกด้วย

 

Neko Yokujo & Neko Hatago เกิดจากแนวคิดที่อยากจะทำ “โรงแรมที่ให้แมวสังเกตการณ์ตลอดทั้งคืน” และอยากจะเพิ่มความบันเทิงอื่น ๆ นอกจากการเข้าพักอย่างเดียว โดยให้โรงแรมเป็น “เป้าหมายที่จะไป” แทนที่จะเป็น “ที่พักเพื่อที่ไปเที่ยวที่อื่น” จึงเกิดเป็นโรงแรมไอเดียแปลกใหม่แบบนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ เห็นอย่างนี้แล้วทาสแมวทั้งหลายต้องไม่พลาดแล้วล่ะค่ะ    สล็อตเว็บตรง

Neko Yokujo & Neko Hatago / 猫浴場&猫旅籠
ที่ตั้ง: Osaka-shi, Chuo-ku, Shimanouchi 1-14-29
ห้องพัก: ห้องเดี่ยว, ห้องคู่
ค่าบริการ: 1 คน/1 คืน 8,500-11,500 เยน (ไม่รวมภาษี) ได้รับคูปองเข้าคาเฟ่แมวฟรี 2 ชม. (มูลค่า 3,000 เยน)
เว็บไซต์: neco-republic.jp

เวลาเราไปเที่ยวที เราก็อยากจะพักโรงแรมที่สามารถมองเห็นวิวสวย ๆ อย่างวิวทะเลบ้างล่ะ วิวภูเขาบ้างล่ะ แต่ตอนนี้ลืมวิวเหล่านั้นไปได้เลยค่ะ ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปมอง “วิวน้องแมว” กันดีกว่า

Neko Yokujo & Neko Hatago
Neko Yokujo & Neko Hatago

โรงแรมนี้มีชื่อว่า Neko Yokujo & Neko Hatago ตั้งอยู่ในโอซาก้า ที่นี่รวมคาเฟ่แมว Neko Yokujo เข้ากับโรงแรมแคปซูล Hatago ด้านหนึ่งเป็นคาเฟ่แมว ส่วนอีกด้านเป็นโรงแรม เพิ่งเปิดใหม่เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2019

ภายในห้องพัก
ภายในห้องพัก

พื้นที่คาเฟ่แมวอยู่ติดกับด้านหลังห้องนอนของโรงแรม แต่แทนที่จะทำเป็นผนังแข็ง ๆ ทึบ ๆ กั้นพื้นที่ โรงแรมทำเป็นกระจกใส ๆ กั้นพื้นที่แทน ทำให้แต่ละห้องมองเห็นแมวในขณะที่พักอยู่ในห้องของตัวเองได้

แต่ละห้องมีม่านปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว และหน้าต่างก็จัดวางให้ไม่สามารถมองเห็นห้องอื่นได้ ตอนกลางคืนหากเปิดม่านไว้หลังจากคาเฟ่ปิดแล้ว เราก็จะแอบมองแมวผจญภัยยามค่ำคืนได้ แถมยังมองน้องแมวได้โดยไม่ต้องเขินคนอื่นอีกด้วย

ที่นี่ยังให้บริการของเล่นควบคุมโดยรีโมท ทำให้สามารถเล่นกับแมวตัวน้อย ๆ ได้จากหน้าต่าง แต่ห้ามทำให้แมวตกใจด้วยการเคาะกระจก รวมถึงห้ามใช้แฟลชถ่ายรูปนะคะ

มองแมวจากไกล ๆ อาจจะยังไม่จุใจ จะเข้าไปเล่นกับแมวที่คาเฟ่ก็ได้ค่ะ โดยใช้คูปองที่ได้มากับแพคเกจค่าที่พักโรงแรม เล่นได้ฟรี 2 ชม. พร้อมกับสิทธิพิเศษให้เข้าไปเล่นก่อนหรือหลังเวลาทำการได้ นอกจากนี้โรงแรมยังมีสปาเท้าให้แช่สบาย ๆ อีกด้วย

ภายในโรงแรมตกแต่งคล้ายที่อาบน้ำสาธารณะของญี่ปุ่นสมัยก่อน แนวเรโทรเก่า ๆ
ภายในโรงแรมตกแต่งคล้ายที่อาบน้ำสาธารณะของญี่ปุ่นสมัยก่อน แนวเรโทรเก่า ๆ

แล้วถ้าเล่นกับน้องแมวจนติดใจ อยากพากลับบ้านไปด้วย เราก็สามารถพาน้องแมวกลับไปเล่นที่บ้านได้ด้วยค่ะ ! แมวของที่นี่เป็นแมวจรที่ได้รับความช่วยเหลือมา ซึ่งทางคาเฟ่และโรงแรมกำลังหาบ้านใหม่ให้อยู่ หากอยากนำกลับไปเลี้ยงที่บ้าน ทางโรงแรมอนุญาตให้แขกลองนำกลับไปเลี้ยงที่บ้านระยะหนึ่งเพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือไม่ หากไม่มีปัญหาอะไรก็เลี้ยงไว้ได้เลยค่ะ

เงินค่าเข้าพักจะไปเป็นค่าอาหาร ค่ายา และค่าดูแลอื่น ๆ ของแมว เพราะฉะนั้นนอกจากจะได้พักในโรงแรมน่ารัก ๆ แล้ว ยังเป็นการต่อชีวิตให้กับแมวเหล่านี้อีกด้วย

 

Neko Yokujo & Neko Hatago เกิดจากแนวคิดที่อยากจะทำ “โรงแรมที่ให้แมวสังเกตการณ์ตลอดทั้งคืน” และอยากจะเพิ่มความบันเทิงอื่น ๆ นอกจากการเข้าพักอย่างเดียว โดยให้โรงแรมเป็น “เป้าหมายที่จะไป” แทนที่จะเป็น “ที่พักเพื่อที่ไปเที่ยวที่อื่น” จึงเกิดเป็นโรงแรมไอเดียแปลกใหม่แบบนี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ เห็นอย่างนี้แล้วทาสแมวทั้งหลายต้องไม่พลาดแล้วล่ะค่ะ    สล็อตเว็บตรง

Neko Yokujo & Neko Hatago / 猫浴場&猫旅籠
ที่ตั้ง: Osaka-shi, Chuo-ku, Shimanouchi 1-14-29
ห้องพัก: ห้องเดี่ยว, ห้องคู่
ค่าบริการ: 1 คน/1 คืน 8,500-11,500 เยน (ไม่รวมภาษี) ได้รับคูปองเข้าคาเฟ่แมวฟรี 2 ชม. (มูลค่า 3,000 เยน)
เว็บไซต์: neco-republic.jp